http://www.varunee-raikhing.com  
 หน้าแรก  บทเรียนออนไลน์  สมาชิก  เกี่ยวกับเรา  สมุดเยี่ยมชมเว็บ  ติดต่อเรา
ค้นหา   ประเภทการค้นหา 

วันนี้ : 22 ม.ค. 2561
SuMoTuWeThFriSat
01 02 03 04 05 06
07 08 09 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31

เมนูสมาชิก
 Username
 Password

   Lost Password
   Register
Menu
หน้าแรก
ข่าวสารจากโรงเรียน
บทความ
ปฏิทินกิจกรรมรายเดือน
ปฏิทินกิจกรรมรายปี
ภาพกิจกรรม
ผลงานนักเรียน
ดาวน์โหลด
Web Links
ถาม/ตอบ
แผนที่โรงเรียนวัดไร่ขิง
Link Banner
เว็บแนะนำ
กบนอกกะลา
สวนจิตรลดา
ครูบ้านนอก
ครูไทย
หลักสูตรแกนกลาง
คปภ.นครปฐม
Guru Online
สพท.นครปฐม เขต 2
สพท.นครปฐมเขต 1
สหวิชา ดอทคอม
งานประเมิน อ.วารุณี c9
Varunee Blog
บทเรียน E - Learning
รวมเว็บวิทยาศาสตร์
แบบฝึกวิทย์ ประถมต้น
สวทช.
กระทรวงวิทยาศาสตร์
วิชาการดอทคอม


[ รวบรวมเว็บแนะนำ ]
ผลงานนักเรียน
 วันสำคัญในประเทศไทยและขนมไทย
วันสำคัญในประเทศไทยและขนมไทย
สัตว์
สัตว์
ประวัติของศิริวิภา
ประวัติของศิริวิภา
วันเด็กแห่งชาติ
วันเด็กแห่งชาติ
ใช้ไฟฟ้าอย่างไรจึงจะประหยัดและปลอดภัย
ใช้ไฟฟ้าอย่างไรจึงจะประหยัดและปลอดภัย


[ รวบรวมผลงานนักเรียน ]
บุคคลสำคัญที่ควรจดจำ
 เลือกกลุ่มข้อมูลที่ต้องการ


  อองซาน ซูจี

     ๒๐ กรกฎาคม ๑๙๘๙ ชาวโลกพากันตกตะลึง เมื่อรู้ข่าวว่า นางออง ซาน ซู จี บุตรสาวของวีรบุรุษผู้กอบกู้เอกราชของชาวพม่าถูกสภาฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย ของรัฐจับกุมตัวในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
แม้จะเป็นการกักบริเวณอยู่ในบ้านักของเธอซึ่งตั้งอยู่ในกรุงย่างกุ้ง แต่ก็สั่งห้ามอย่างเด็ดขาดสำหรับการติดต่อกับบุคคลภายนอก แม้จะเป็นลูก ๆ ของตัวเธอเอง
               เรื่องที่เป็นความเคลือบแคลงสงสัย และไม่พอใจของผู้รับประชาธิปไตยมากอยู่ที่การสั่งจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภาย หลังจากพรรคสันนิบาตชาติประชาธิปไตย ซึ่งนางซูจี มีตำแหน่งเป็นเลขาธิการอยู่กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนพม่าอย่างสูงสุด ในการเลือกตั้งทั่วไปที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายพลเนวินจัดให้มีขึ้นเป็น ครั้งแรก โดยทำท่าว่าพรรคของเธอจะได้รับชัยชนะ และได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารประเทศ
ซึ่งแน่นอนว่า รัฐบาลของนายพลเนวิน ซึ่งเป็นรัฐบาลเผด็จการทางหทารที่ผูกขาดอำนาจมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน จนเกือบเรียกได้ว่าตลอดเวลาที่พม่าได้รับการปลดปล่อยให้ปกครองตนเองและมี อิสรภาพ จะต้องพ้นจากตำแหน่งและหน้าที่ทุกอย่างที่เคยยึดครองมาช้านาน และความเคลือบแคลงสงสัยนั้นก็เป็นความจริง เพราะหลังจากรัฐบาลภายใต้การดูแลของสภาฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ซึ่งส่งพรรครัฐบาลที่มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า พรรคสามัคคีแห่งชาติลงชิงชัยในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ด้วยหวังว่าจะไม่ มีพรรคเล็กพรรคน้อยใดสมัครลงรับเลือกตั้งแม้แต่พรรคของบุตรสาววีรบุรุษกู้ ชาติอย่าง นางออง ซาน ซู จี จะได้รับเสียงข้างมากเกินไปกว่าพรรครัฐบาล ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่ตนเป็นผู้จัดการเลือกตั้งเองย่อมมีกำลังคน อำนาจ และเงินทองมากมายมหาศาลที่จะบันดาลชัยชนะได้
            นอกจากนั้น การตัดสินใจสั่งจับนางออง ซาน ซู จี ซึ่งเป็นศูนย์รวมน้ำใจของประชาชนเสียก่อนที่วันเลือกตั้งจะมาถึงก็น่าจะเป็น สิ่งที่ทำให้ฐานเสียงของพรรคอื่นต่ำลง
            แต่ก็ผิดคาด จากการปราศรัยหาเสียงอย่างกล้าหาญจริงใจของบุคคลที่เปรียบเสมือนแสงสว่างของ ชาวพม่าในช่วงก่อนถูกจับกุม และเลือดแห่งความยุติธรรมที่ลุกโชนอยู่ในจิตใจของชาวพม่า ทำให้พวกเขาทุ่มเทความเห็นใจและความมุ่งหวังในอันที่จะทำลายลูกกรงแห่งความ อยุติธรรมที่รัฐบาลสร้างขึ้นกักขังนางออง ซาน ซู จี ให้สลายไปพร้อมกับให้อิสรภาพแก่คนที่พวกตนเคารพนับถือในฐานะผู้นำและศูนย์ รวมจิตใจอีกครั้งหนึ่ง
ผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนั้น พรรคสันนิบาตชาติประชาธิปไตยได้รับเลือกด้วยคะแนนที่เรียกว่าถล่มทลาย คือได้ที่นั่งในสภาฯถึงเกือบ ๔๐๐ ที่นั่ง เหลือให้พรรครัฐบาลไม่ถึง ๑๐ ที่นั่ง ซึ่งถ้าเป็นไปตามกติกาการเมืองพรรคสันนิบาตชาติประชาธิปไตยจะได้เป็นรัฐบาล บริหารประเทศโดยมีพลโท ทิน อู ประธานพรรคเป็นประธานาธิบดี และมีนางออง ซาน ซู จี เลขาธิการพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี
          แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะหลังจากการนับคะแนนปรากฏออกมา โดยพรรครัฐบาลพ่ายแพ้อย่างยับเยิน สภาฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของรัฐก็กลับคำ ไม่เพียงแต่ไม่ยอมมอบอำนาจการบริหารประเทศให้แก่พรรคผู้ได้รับเสียงข้างมาก ในสภาฯ เท่านั้น ยังสั่งจับประธานพรรคและผู้นำระดับสูงของพรรคเข้าที่คุมขังอีกมากมาย
การเลือกตั้งครั้งแรกและครั้งเดียวของประชาชนพม่าจึงเป็นเพียงความฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้จนกระทั่งปัจจุบัน
สำหรับนางออง ซาน ซู จี เธอถูกกักขังอยู่ในบ้านพักอย่างเข้มวงดโดยรัฐบาลทหารในขณะนั้นหวังว่าการลด บทบาทของสตรีผู้นี้ลงจะทำให้ประชาชนพม่าและชาวโลกลืมเลือนไปในที่สุด แต่ตรงกันข้ามไม่เพียงเธอจะได้รับสมญานามจากชาวพม่าว่าเป็นวีรสตรีของพวกเขา แล้ว ประชาชาติต่าง ๆ ทั่วโลกก็พากันจับตามองและเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าคืนอิสระภาพแก่เธอ
          ออง ซาน ซู จี เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่โด่งดังไปทั่วโลก เธอเป็นรูปแบบหนึ่งของสตรีที่ผู้หญิงทุกคนรู้จักและยกย่อง แม้จะถูกคุมขังโดยไม่ยินยอมให้ติดต่อกับโลกภายนอก แต่ชื่อเสียงของเธอก็ขจรกระจายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี ค.ศ.๑๙๙๑ อีก ๔ ปีต่อมารัฐบาลพม่าก็ไม่สามารถต้านทานกระแสเรียกร้องของประชาคมโลกต่อไปได้ ตัดสินใจปล่อยตัววีรสตรีของประชาชนพม่าให้เป็นอิสรภาพ ท่ามกลางความยินดีของสตรีผู้รักสิทธิเสรีภาพและชาวโลกทั้งมวล
           ออง ซาน ซู จี ได้เสรีภาพของเธอคืนเมื่อ ๑๘.๓๐ น. ของวันจันทร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๙๕ หลังจากถูกควบคุมตัวอยู่เป็นเวลานานเกือบ ๖ ปี
            ออง ซาน ซู จี (aung san suu gyi) บางแห่งออกเสียงเป็น อองซาน ซูคะยี เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๔๕ ในนครร่างกุ้ง (rangoon) ซึ่งต่อมานายพลเนวินผู้นำประเทศต้องการเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เพื่อให้ครอบ คลุมชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศทั้งหมด มิได้หมายถึงชาวพม่าเพียงอย่างเดียว จึงได้เปลี่ยนชื่อประเทศจากสหภาพพม่า เป็นสหภาพเมียนมาร์ พร้อมกันนั้นก็เปลี่ยนชื่อเมืองหลวงจากร่างกุ้ง เป็นย่างกุ้ง (yangon) ด้วย
บิดาของ ซู จี ชื่อ อู ออง ซาน (U AUNG SAN) เป็นหนึ่งในคณะผู้กอบกู้เอกราช ซึ่งมีบทบาทในการต่อสู้เรียกร้องเสรีภาพจากอังกฤษให้แก่ชาวพม่ามาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๓๕ เขาแต่งงานกับนักการทูตสาวชื่อ ขิ่น จี สตรีชาวพม่าที่มีฐานะร่ำรวยและทรงความรู้มากในเวลานั้น
          ในฐานะที่เป็นลูกสาวของนักอุดมการณ์ ผู้มีจิตใจแน่วแน่ในอันที่จะนำเสรีภาพกลับคืนมามอบให้แก่เพื่อนรวมชาติของตน ทำให้ ซู จี และบิดาไม่สู้ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากนัก ส่วนใหญ่เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลและอบรมสั่งสอนของมารดา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ซู จี เกิด เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการจะได้มาซึ่งเอกราชที่ ออง ซาน ต่อสู้มาเป็นเวลาเกือบ ๑๕ ปีเต็ม และยังเป็นปีเดียวกับที่กองทัพญี่ปุ่นยกกำลังมาถึงพม่าในสงครามโลกครั้งที่ ๒ อีกด้วย
เล่ากันว่า ในปีที่ ซู จี เกิดนั้น ออง ซาน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายพลหัวหน้ากองกำลังกองทัพแห่งชาติพม่า เคลื่อนกองทัพของตนออกสู่แนวหน้า เพื่อร่วมรบกับกองทัพญี่ปุ่นที่ให้ความไว้วางใจขนาดให้อาวุธไว้ต่อสู้กับ พันธมิตร โดยหารู้ไม่ว่าการทำดีกับญี่ปุ่นของ ออง ซาน เป็นกลลวงให้ได้อาวุธมาใช้ในกองทัพของตนเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นานกองทัพแห่งชาติของ ออง ซาน ก็ตีกองทหารญี่ปุ่นจนเสียหาย อย่างหนักจนทำให้ได้รับความไว้วางใจจากอังกฤษเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการดำเนินงานเรียกร้องอธิปไตยของออง ซานอย่างยิ่งในเวลาต่อมา
         หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง อังกฤษที่เข้ามาปกครองพม่าอีกครั้งก็เริ่มมีท่าทีเป็นมิตรและอ่อนให้แก่ฝ่าย ของออง ซาน มากขึ้น ในอีก ๑ ปีต่อมาก็ตกลงใจจะมอบเอกราชให้แก่พม่า ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ค.ศ.๑๙๔๘
ออง ซาน ได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นเพื่อร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จทันเวลาที่อังกฤษ กำหนดไว้ แต่เรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น มือปืนกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปในสภาแล้วกระหน่ำยิง ออง ซาน กับคณะอีก ๗ คนเสียชีวิตทันที สร้างความเสียใจให้แก่นางขิ่น จีและประชาชนชาวพม่าเป็นอันมาก
         วันที่บิดาของออง ซาน ซู จี ถูกลอบสังหาร ตรงกับวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๔๗ ซึ่งขณะนั้นเธอเพิ่งมีอายุเพียงขวบเศษเท่านั้น นับได้ว่า ตั้งแต่เกิดมา ซู จีไม่เคยเห็นหน้าบิดาของเธอเลยก็ได้
การตกเป็นลูกกำพร้าตั้งแต่อยู่ในวัยทารก ทำให้ซู จี ต้องติดตามมารดา ซึ่งยังทำหน้าที่นักการทูตเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ อยู่เสมอ จนกล่าวได้ว่า เธอใช้เวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตในต่างประเทศ
หลังจากอยู่ในร่างกุ้งมาจนอายุ ๕ ขวบ นางขิ่น จี มารดาก็ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปยังประเทศอินเดีย ทำให้ ซู จี ได้เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนในกรุงนิวเดลี เล่ากันว่า เด็กหญิงลูกกำพร้าของวีรบุรุษออง ซาน เป็นเด็กเฉลียวฉลาดมีสติปัญญาดีมาก จนสามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่อในระดับปริญญาที่ เซนต์ ฮิว คอลเลจ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยเลือกเรียนสาขาการเมืองปรัชญาและเศรษฐศาสตร์
หลังจากจบการศึกษาได้สมัครเข้าทำงานกับสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติในมหา นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ขณะทำงานก็ใช้เวลาว่างเขียนบทความและหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้ของนายพลออง ซาน และการกอบกู้เอกราชของชาวพม่าจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
         นอกจากจะมีความรู้ดี สติปัญญาเฉียบแหลม พูดจาคล่องแคล่ว น่าเชื่อถือ ออง ซาน ซู จี ยังจัดว่าเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตางดงามมากคนหนึ่งด้วย หลังจากทำงานในสำนักเลขาธิการสหประชาชาติได้ระยะหนึ่ง เธอก็ได้แต่งงานกับนายไมเคิล อามีส ศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธิเบตคดีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และอยู่ร่วมกันจนมีบุตรชายด้วยกัน ๒ คน
ค.ศ.๑๙๗๘ นายพลเนวินยังมีอำนาจอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนของเธออย่างเหนียวแน่นและคงใช้ วิธีการปกครองแบบเผด็จการทหารอยู่ แม้ว่าจะมีการลดหย่อนด้วยแนวคิดที่จะให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือก รัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศแทนก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงหมากการเมืองเพื่อรักษาบัลลังก์แห่งอำนาจของตนเองไว้เท่า นั้น การประการให้มีการเลือกตั้งทั่วไปทำให้บรรยากาศของพม่าคึกคักขึ้นอย่างทันตา เห็น มีประชาชนและนักการเมืองตั้งพรรคเข้าร่วมชิงชัยมากมาย
ในเวลาเดียวกัน ซู จี ได้รับข่าวว่า มารดาซึ่งพักอาศัยอยู่ในกรุงย่างกุ้งป่วยหนักและทำท่าว่าจะสิ้นชีวิต เธอจึงขออนุญาตสามีเดินทางกลับปิติภูมิ ด้วยจุดประสงค์เพียงดูแลอาการป่วยหนักของมารดา แต่เมื่อมาถึงและได้เห็นสภาพอันยากจน ตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของผู้นำประเทศ เลือดนักต่อสู้ที่ถ่ายโยงมาจากบิดาก็ร้อนระอุขึ้นมา เธอโดดเข้าร่วมพัฒนาประเทศอันเป็นที่รักของเธอ ด้วยการประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองสมัครลงรับเลือกตั้ง โดยใช้ชื่อพรรคของเธอว่า สันนิบาตชาติประชาธิปไตย
แต่ความที่ไม่เคยมีความต้องการจะก้าวขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโต ระดับประธานาธิบดี เธอจึงเชิญนายทหารนอกราชการ ชื่อ พลโท ทิน อู มาร่วมงานด้วย โดยยกตำแหน่งประธานพรรคให้ สำหรับตัวเองรับเป็นเพียงเลขาธิการพรรคเท่านั้น
พลโท ทิน อู เคยดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบกและรัฐมนตรีกลาโหม แต่ถูกปลดและจำคุก ๗ ปี ฐานกบฏ โดยทำการรัฐประหารนายพลเนวิน แต่ไม่สำเร็จ หลังจากพ้นโทษออกจากคุกมาแล้วก็ตั้งตัวเป็นฝ่ายค้านต่อต้านการทำงานของ รัฐบาลพม่าตลอด เมื่อได้รับเชิญเป็นหัวหน้าพรรคที่ออง ซาน ซู จี ตั้งขึ้นจึงรับด้วยความเต็มใจและยิ่งเต็มใจมากขึ้นเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ว่าพรรคของตนชนะอย่างเด็ดขาด ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของมัน เขาก็จะได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหภาพเมียนมาร์
 
 ภาพและที่มา www.bloggang.com
[ หน้าหลัก ] [ บุคคลสำคัญที่ควรจดจำทั้งหมด ]
 
  Copyright © 2009 varunee-raikhing.com 
  จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์ 1629449 ท่าน.
website tracker