http://www.varunee-raikhing.com  
 หน้าแรก  บทเรียนออนไลน์  สมาชิก  เกี่ยวกับเรา  สมุดเยี่ยมชมเว็บ  ติดต่อเรา
ค้นหา   ประเภทการค้นหา 

วันนี้ : 22 ม.ค. 2561
SuMoTuWeThFriSat
01 02 03 04 05 06
07 08 09 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31

เมนูสมาชิก
 Username
 Password

   Lost Password
   Register
Menu
หน้าแรก
ข่าวสารจากโรงเรียน
บทความ
ปฏิทินกิจกรรมรายเดือน
ปฏิทินกิจกรรมรายปี
ภาพกิจกรรม
ผลงานนักเรียน
ดาวน์โหลด
Web Links
ถาม/ตอบ
แผนที่โรงเรียนวัดไร่ขิง
Link Banner
เว็บแนะนำ
กบนอกกะลา
สวนจิตรลดา
ครูบ้านนอก
ครูไทย
หลักสูตรแกนกลาง
คปภ.นครปฐม
Guru Online
สพท.นครปฐม เขต 2
สพท.นครปฐมเขต 1
สหวิชา ดอทคอม
งานประเมิน อ.วารุณี c9
Varunee Blog
บทเรียน E - Learning
รวมเว็บวิทยาศาสตร์
แบบฝึกวิทย์ ประถมต้น
สวทช.
กระทรวงวิทยาศาสตร์
วิชาการดอทคอม


[ รวบรวมเว็บแนะนำ ]
ผลงานนักเรียน
ประวัติของฉัน
ประวัติของฉัน
สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม
รวมผลงาน เด็กๆ
รวมผลงาน เด็กๆ
พลังงานศักย์
พลังงานศักย์
คอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์


[ รวบรวมผลงานนักเรียน ]
ประวัติ จังหวัดต่างๆ
 เลือกกลุ่มข้อมูลที่ต้องการ


  จังหวัดหนองคาย

    

ประวัติจังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองคายมีความยาวตามแม่น้ำโขงถึงกว่า 300 กิโลเมตร เท่ากับกรุงเทพฯ – นครราชสีมา คนไทยและต่างชาติเมื่อได้ยินได้อ่านคำว่าหนองคายกับแม่น้ำโขง จึงเสมือนเป็นคำคำเดียวกัน แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติสำคัญสายหนึ่งของโลก มีต้นกำเนิดจากทิเบต หลังคาโลกส่วนหนึ่งของจีน เมื่อหิมะจากเทือกเขาสูงละลายไหลลงผ่านจีนใต้ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนามกว่า 4,000 กิโลเมตร ออกทะเลจีนใต้ ทลายภูเขาที่ขวางกั้น เกิดเกาะแก่งหลายแห่ง มีแม่น้ำลำห้วยสายธารมาออกอีกมากมาย เฉพาะที่ผ่านหนองคายนั้นมีทั้งแคบที่สุดบ้านผาตั้ง ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม และส่วนที่เชื่อว่าลึกสุดเป็นสะดือแม่น้ำโขง ที่แก่งอาฮง อำเภอบึงกาฬ ความงามลึกลับมีเสน่ห์ทั้งวีน่ากลัวยามหลากไหลก่อให้เกิดตำนานต่าง ๆ มากมาย ท้าวผาแดง – นางไอ่ และสินไซ เป็นต้น แม่น้ำโขงยังไม่มีข้อยุติในความหมาย นักปราชญ์ล้านนาในอดีตผูกศัพท์ว่า “ขลนที” ( ขะ – ละ – นะ – ที ) พ่อขุนรามคำแหงมาหาราชจารึกว่า “ของ” เช่นลาวลาวและอีสานนักคิดนักเขียน ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นคำถิ่นของชนชาติภาษามอญ แขนงหนึ่ง ลาวเทิงหรือข่า อาจเป็นพวกลัวะ ละว้า ข่าว้า หรือชาวบน (ชะบน) เนียะกูร โดยอาจเป็นชาวทวารวดีเดิมที่อยู่บริเวณนครราชสีมา ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ ก็ได้ หมายถึง แม่น้ำใหญ่คือ “โคลง” และไทยรับมาเป็นคลองครรลอง หรือน้ำแม่กลองที่ราชบุรีก็รากศัพท์นี้ แต่ปราชญ์ลาวบางท่านว่า คือ “คงคา” (Ganqa) ของอินเดียที่ศักดิ์สิทธิ์ และกำเนิดจากหลังคาโลกเหมือนกัน ซึ่งสำเนียงถิ่นออกเสียง “ของคา” และเป็นแม่ของ ส่วนปราชญ์จีนและเวียดนามก็ไม่ยอมน้อยหน้าว่า “กิวลุงเกียง” คือ มังกรเก้าตัว แต่ที่แน่ ๆ คือ แม่โขงคือแม่ของสองฝั่งแม่ได้ก่อกำเนิดมนุษย์ สรรพสัตว์ และอารยธรรมสำคัญของโลกแห่งหนึ่งที่รอผู้รู้ ผู้สนใจมาพิสูจน์ค้นคว้าต่อไป อาณาเขต ทิศเหนือ จดแม่น้ำโขงซึ่งเส้นเขตแดนไทย – ลาว (ไชยบุรี – เวียงจันทน์ – บริคำไซ) ทิศใต้ จดจังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร ทิศตะวันออก จดจังหวัดนครพนม ทิศตะวันตก จดจังหวัดเลย การปกครอง จังหวัดหนองคาย แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ และมีระยะทางห่างจากอำเภอเมืองดังนี้ 1. อำเภอท่าบ่อ 42 กิโลเมตร 2. อำเภอศรีเชียงใหม่ 57 กิโลเมตร 3. อำเภอสังคม 95 กิโลเมตร 4. อำเภอโพนพิสัย 45 กิโลเมตร 5. อำเภอปากคาด 90 กิโลเมตร 6. อำเภอโซ่พิสัย 90 กิโลเมตร 7. อำเภอบึงกาฬ 136 กิโลเมตร 8. อำเภอศรีวิไล 163 กิโลเมตร 9. อำเภอบุ่งคล้า 181 กิโลเมตร 10. อำเภอพรเจริญ 182 กิโลเมตร 11. อำเภอเซกา 228 กิโลเมตร 12. อำเภอบึงโขงหลง 238 กิโลเมตร 13. กิ่งอำเภอสระใคร 26 กิโลเมตร 14. กิ่งอำเภอรัตนวาปี 71 กิโลเมตร 15. กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ 71 กิโลเมตร 16. กิ่งอำเภอโพธิ์ตาก 77 กิโลเมตร ภูมิประเทศโดยทั่วไป สภาพพื้นที่เป็นแนวยาวตามลำน้ำโขงทิศตะวันตกเป็นภูเขาและป่าติดต่อกันเป็นแนวตลอดถึงเขต จ.เลย ด้านทิศใต้เป็นที่สูง ในฤดูร้อนอากาศ อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาเซลเซียส ในฤดูฝน ฝนตกหนักเนื่องจากมีภูมิประเทศติดกับแม่น้ำโขง ในฤดูหนาว อากาศ อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 11 องศาเซลเซียส ตลาดท่าเสด็จ เปิดจำหน่ายสินค้าทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.30 น. มีสินค้าจำกลุ่มประเทศอินโดจีนจำหน่ายเป็นจำนวนมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางมาเลือกซื้นสินค้ามากมาย พระธาตุหนองคาย หรือพระธาตุกลางน้ำ อยู่ในบ้านวัดธาตุเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ตามประวัติพบว่าในปีมะเมีย เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ พ.ศ. 2930 ใกล้ค่ำพระธาตุหนองคายได้พังลงแม่น้ำโขง และตลิ่งอันเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุถูกน้ำเซาะลงจมมองเห็นองค์พระธาตุเกือบอยู่กึ่งกลางลำแม่น้ำโขง หาดจอมมณี ตั้งอยู่ที่บ้านจอมมณี เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำโขง หาดแห่งนี้จะมีความสวยงามตอนน้ำลดระดับลง เดือนเมษายน มีน้ำท่องเที่ยวในจังหวัดและจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียงเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่เล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอท่าบ่อ หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองมีลักษณะงดงามมาก เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงเคารพนับถือมาก จะมีการจัดงานใหญ่ทุกปี เป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นทุกวันเพ็ญ เดือน 4 พระพุทธรูปที่หล่อ น้ำหนักได้ 1 ตื้อ นั้นเป็นน้ำหนักซึ่งนับร้อยเป็นพันสิบพันเป็นหมื่น สิบหมื่นเป็นแสน สิบแสนเป็นล้าน สิบล้านเป็นตื้อ อย่างพระพุทธรูปที่วัดสวนดอกเชียงใหม่เรียกว่า พระเก้าตื้อ เป็นต้น หมู่บ้านทำยาสูบ อยู่บริเวณเส้นทางจาก อ.เมือง ใน อ.ท่าบ่อ เส้นทางหมายเลข 211 มีชาวบ้านทำไร่ยาสูบตามแนวเรียบริมฝั่งโขง มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติให้ความสนใจมาก หมู่บ้านทำแผ่นกระยอ อยู่บริเวณเส้นทางจากหนองสองห้องไป อ.ท่าบ่อเป็นแผ่นแป้งสำหรับทำปอเปี้ยะ มีการส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนและวิถีชีวิตที่น่าสนใจ หมู่บ้านประมงน้ำจืด อยู่ที่ ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ ตามเส้นทางท่าบ่อ – ศรีเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านซึ่งขาวบ้านมีอาชีพทำการประมงน้ำจืด มีการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ เช่น ปลาตะเพียน ปลาใน ปลานวนจันทน์ ปลายี่สกเทศ ปลาเกล็ดเงิน ปลาหัวโตและปลาดุกเทศ โดยจัดส่งไปจำหน่ายยังกรุงเทพ ฯ ภาคเหนือ และภาคอีสาน เป็นที่น่าสนใจในด้านวิถีชีวิตอย่างหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่ วัดหินหมากเป้ง ตั้งอยู่ที่บ้านพุทธบาท ต. พระพุทธบาท ใช้เส้นทางหมายเลข 211 สายหนองคาย – ศรีเชียงใหม่ ต่อด้วยเส้นทาง 2186 อยู่ตรงหลัก กม. 85 ห่างจากตัว อ.ศรีเชียงใหม่ 30 กม. วัดหินหมากเป้งเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่เทสก์เทสรังสี และปัจจุบัน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ แม่ชีและผู้แสวงบุญทั้งหลาย เป็นสถานที่สงบเงียบ อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การทำจิตใจให้สงบบริเวณด้านหลังติดกับแม่น้ำโขง เหมาะแก่การนั่งชมทิวทัศน์ หาดทรายและเกาะแก่งในลำน้ำโขง เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอสังคม น้ำตกธารทอง อยู่ในเขตบ้านผาตั้ง หมู่ที่ 1 ต.ผาตั้ง การเดินทางใช้เส้นทางสายหนองคาย – ศรีเชียงใหม่ – สังคม (ทางหลวงหมายเลข 211) ไปถึง อ.สังคม แล้วต่อไปบ้านผาตั้ง เส้นทางสาย 2186 อยู่ตรง กม. 74 น้ำตกธารทองเป็นน้ำตกซึ่งตกจากหน้าผาสูง อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ เป็นอนุสาวรีย์เทิดทูนความดีของผู้ล่วงลับไปแล้ว ในการปราบฮ่อในปี ร.ศ. 105 ( พ.ศ. 2429 ) เสด็จในกรมหลวงประจักษ์ศิลาคมรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่เมืองหนองคาย เพื่อบรรจุอัฐิของผู้ที่เสียงชีวิตในการปราบฮ่อตั้งอยู่ที่หลังสถานีตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ต่อมาในปี 2492 ทางจังหวัดหนองคายได้รับงบประมาณให้เสริมสร้างอนุสาวรีย์ปราบฮ่อให้สง่างามสมกับเป็นของผู้ที่ได้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองให้เป็นศรีสง่าแก่เมืองหนองคายสืบไป จึงย้ายมาสร้างใหม่ที่ถนนสามแยกทางเข้าเมืองหนองคาย ซึ่งปรากฏอยู่ ณ บัดนี้ มีคำจารึกที่อนุสาวรีย์ ทั้ง 4 ทิศทั้งภาษาไทย จีน ลาว และอังกฤษ อนุสาวรีย์นี้มีงานฉลองทุกวันที่ 5 ของเดือน มีนาคมทุกปี หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณะงดงามมากขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากองค์พระเบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชาวพุทธศาสนิกชนให้ความนับถือเลื่อมใสกัน เป็นอย่างมาก ประวัติความเป็นมาหลวงพ่อพระใส สร้างในสมัยใดหาประวัติยังแน่ชัดไม่ได้ แต่ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง มีพระนามตามลำดับว่า เสริม สุก ใส มีพระทัยร่วมกันในอันที่จะหล่อพระพุทธรูปประจำพระองค์ จึงให้ช่างหล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ ขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ และขนานนามพระพุทธรูปตามนามของตนเองด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำองค์กลาง และพระใสประจำน้องสุดท้อง ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ มายังฝั่งไทย แต่เกิดพายุ พระสุกจมน้ำอยู่ที่ปากแม่น้ำงึม ส่วนพระเสริมและพระใสประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิชัย และวัดหอก่อง เมื่อถึงรัชกาลที่ 4 ได้อัญเชิญพระเสริมลงมายังกรุง เทพฯ ส่วนพระใสประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ปัจจุบัน สะพานมิตรภาพ ( ไทย – ลาว ) ตั้งอยู่บริเวณบ้านจอมมณี อำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง ระหว่างประเทศเป็นแห่งแรก เชื่อมระหว่างจังหวัดหนองคาย กับกำแพงนครเวียงจันทน์โดยความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลออสเตรเลีย รัฐบาลไทย และรัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยทำพิธีเปิดเมื่อ วันที่ 8 เมษายน 2537 สะพานแห่งนี้มีความยาว 1,174 เมตร กว้าง 12.7 เมตร และมีช่องทางสำหนับรถไประหว่างกลางสะพาน พระธาตุบังพวน เดิมเป็นเจดีย์เก่าแก่ ซึ่งเป็นที่สักการะแก่ชาวจังหวัดหนองคายมาช้านาน ตามประวัติกล่าวว่า พระอรหันต์ทั้ง 5 ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่ภูเขาหลวงริมน้ำห้วยบังพวน อันเป็นที่อยู่ของปัพพาละนาค ซึ่งได้แปลงร่างมาช่วยในการก่อสร้างครั้งนั้นด้วย วัดพระธาตุบังพวนนี้ได้มีการสร้างเสริมขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐา ประกอบกับตัวองค์เจดีย์ซึ่งแสดงว่าเป็นของเก่าแก่สันนิษฐานว่าต้องเป็นพระเจดีย์รุ่นแรก เพราะเป็นรูประสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับพระปฐมเจดีย์ แต่เนื่องจากฝนตกหนักทำให้ฐานทรุดจึงพังลงมา เมื่อปี พ.ศ.2513 กรมศิลปากรจึงได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่จนเสร็จเรียบร้อยและสมเด็จพระสังฆราชได้เสด็จไปบรรจะพระบรมสารีริกธาตุไว้แล้ว พระธาตุบังพวนตั้งอยู่ที่พระธาตุบังพวนตำบลดอนหมู อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ระยะทางห่างจากตัวเมือง 22 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 211 แยกเข้าตรงกิโลเมตร ที่ 10 ไปอีก 12 กิโลเมตร ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุบังพวนในเดือนยี่ ขึ้น 11 ค่ำ ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่าภูเขาที่โดดเดี่ยว เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร ( วัดภูทอกอยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ) ภูทอกมี 2 ลูก คือ ภูทอกใหญ่ และ ภูทอกน้อย เมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้วบริเวณนี้เป็นป่าทึบสัตว์ป่าอาศัยอยู่ มีเสือ ช้าง หมี พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้เริ่มเข้ามาจัดตั้งประแหล่งบำเพ็ญเพียร มีพื้นที่ทั้งสิ้นราว 18,000 ไร่ ปีแรก ( 2512 ) เริ่มทำบันไดขึ้นเขาใช้เวลา 2 เดือน 10 วัน สร้างสะพานไม้ไต่ขึ้นรอบภูทอกรวมทั้งสิ้น 7 ขั้นถึง 5 ปีเต็ม นับเป็นประดิษฐกรรมของมนุษย์ที่ใช้เครื่องมือพื้นบ้านก่อสร้างด้วยความพากเพียร วิริยะ อุตสาหะ ได้อย่างน่าชื่นชม น้ำตกถ้ำฝุ่น อยู่บริเวณท้องที่ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบึงกาฬ ธรรมชาติโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามหลายแห่ง อยู่ทางตอนเหนือของภูมีถ้ำฝุ่นซึ่งเป็นถ้ำธรรมชาติ ที่ร่มเย็น มีน้ำตกถ้ำฝุ่น นอกจากนั้น ป่าบริเวณนี้ยังมีเก้ง และกระต่ายป่าชุกชุมอีกด้วย น้ำตกตาดชะแนน คำว่า ชะแนน เพี้ยนมาจะจากคำว่า สะแนน ภาษาอีสานแปลว่าสวยงามเป็นที่สุด เป็นน้ำตกใหญ่ที่มีความสวยงามกอยู่ที่ตำบลโคกก่อง อำเภอบึงกาฬ เป็นน้ำตกที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวจังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง 2 ขั้น ห่างกันประมาณ 300 เมตร ทางเดินไปน้ำตกชะแนนจะผ่านขัวหิน ( สะพานหิน ) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น้ำลอดลายไปใต้สะพานหินหรือที่คนอีสานเขาเรียกกันว่า “ขัวหิน” เมื่อมองมาจากด้านซ้ายมือนี้จะเห็นยาวเหยียดออกไปจน บรรจบกันแนวป่าละเมาะ ซึ่งพ้นจากนั้นไป ก็มีแต่โขดหินเนินหินขนาดมหึมา กลิ้งซ้อนกันเป็นแนวยาว ชั้นล่างจะเป็นบึงใหญ่ ชื่อ “บึงชะแนน” หรือ “ห้วยชะแนน” เป็นบึงใหญ่ที่มีเงาไม้ครึ้มตลอดสองฟากฝั่ง เชื่อกันว่าในห้วยชะแนนมีจระเข้อาศัยอยู่ เหนือลำห้วยชะแนนขึ้นไปเป็นโตรกขนาดใหญ่ เมื่อถึงฤดูฝนจะเป็นน้ำตกใหญ่มาก ไหลลงจากลาดหินที่แผ่เป็นแผงกว้างการเดินทางไปชั้นที่สองของน้ำตกชะแนน ผ่านแนวลำธาร ที่พื้นเต็มไปด้วยโขดหินเดินทางลำธารไปชายฝั่งด้านซ้ายมือทะลุออกที่ลานกว้างริมแอ่งน้ำใหญ่ ตลอดทั้งพื้นเป็นหาดทรายเม็ดละเอียดราวแป้ง ดูแปลกไปจากที่อื่น ๆ มาก และเหนือแอ่งน้ำขึ้นไปก็เป็นลำน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ ตกลงมาสู่แอ่งเรียกกันว่า “น้ำตกบึงจระเข้” น้ำตกชะแนนทั้งสองและที่นี่เหมาะที่สุดสำหรับการตั้งแค้มป์พักแรมบนหาดทรายใกล้ ๆ ริมน้ำ สงกรานต์ งานบุญประเพณีสงกรานต์ ของจังหวัดหนองคาย เป็นประเพณีที่สร้างบรรยากาศแห่งการรื่นเริงเป็นอย่างยิ่ง ด้วยวัฒนธรรมความเชื่อตามแบบฮินดู ที่มีเหนือจิตใจของคนทั่วไป ในดินแดนสุวรรณภูมิ จึงมีการจัดให้ช่วงเดือนเมษายน อันเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนชาวบ้านว่างเว้นจากฤดูเก็บเกี่ยวให้สนุกสนานกันด้วยการสาดน้ำ ทำบุญสร้างกุศลด้วยการปล่อยนก ปล่อยปลา สรงน้ำพระตามวัดต่าง ๆ สำหรับในตัวเมืองหนองคายแล้ว จะเริ่มจัดงานวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 15 ของเดือนเมษายน โดยเฉพาะวันที่ 13 เมษายนนั้น ทางวัดโพธิ์ชัย อันเป็นวัดหลวงที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระใสพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีมาแต่โบราณได้ฤกษ์อันเชิญลงจากพระอุโบสถ ประดิษฐานขึ้นบุษบกบนราชรถ แห่แหนไปรอบเมืองหนอบคาย เพื่อเป็นสิริมงคล แก่บ้านเมืองและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รดสรงน้ำอบน้ำหอม เพื่อขอพรจากท่านอย่างใกล้ชิดซึ่งนับได้ว่าเป็นวันที่ชาวหนองคายปีติเบิกบานใจ เล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนามเป็นกันเองกับผู้ร่วมงานเช่นนี้เป็นประจำ ทุกปีไป บุญบั้งไฟ สำหรับงานบุญบั้งไฟหรือที่เรียกว่าบุญเดือนหก เป็นฮีตหรือจารีตหนึ่งของชาวอีสานปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาช้านานด้วยความเชื่อที่ว่าหากประชาชนชาวบ้านได้จุดบั้งไฟที่ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่อัดดินปืนให้พอเหมาะยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าให้สูงที่สุดเพื่อเป็นการถวายแด่พญาแถน ซึ่งเป็นเทวดาตามศรัทธา เชื่อถือของคนท้องถิ่นที่สิงสถิตอยู่ ณ สรวงสวรรค์ จะได้รับรู้ว่าขณะนี้เข้าสู่ ฤดูการหว่านไถของชาวโลกแล้วจะได้เนริตให้ฝนตกมายังโลกอย่างถูกต้องตามฤดูกาลยังทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ข้าวปลาอาหารธัญญาหารพืชพรรณไม้ต่าง ๆ มีผลดีเขียวขจีไปทั่วและยังคุ้มครองป้องภัยให้แก่ชาวโลกได้มีความกินดีอยู่ดีไปตลอดฤดูกาล จังหวัดหนองคายได้จัดขบวนแห่งานบุญบั้งไฟเป็นประจำทุกปี มีทั้งการประกวดขบวนแห่อันสวยงาม ซึ่งประดับประดาอย่างวิจิตรพิสดารบั้งไฟที่เตรียมจะจุดในวันรุ่งขึ้น และการแข่งขันการจุดบั้งไฟสูงหลังวันประกวดแห่แล้ว นับเป็นวัฒนธรรมของชาวล้านช้างลุ่มแม่น้ำโขงที่เป็นมรดกตกทอดจวบปัจจุบัน แห่เทียนเข้าพรรษา ที่จังหวัดหนองคายจัดพิธีแห่เทียนเข้าพรรษาจากคุ้มต่าง ๆ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีจะอยู่ในราวเดือนกรกฎาคม โดยจัดประดับประดาขบวนแห่มีทั้งนางงามประจำขบวนแห่หรือ นางรำฟ้อนนำขบวนแห่ ซึ่งชาวบ้านร้านรวงต่าง ๆ ได้บอกบุญร่วมบริจาคสมทบหล่อเทียนขนาดใหญ่ นำไปถวายวัดตั้งไว้ในพระอุโบสถ เพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัย ตลอดสามเดือน การแห่เทียนจำนำพรรษา หรือเทียนเข้าพรรษาเป็นงานเอิกเกริก มีเครื่องดนตรี พิณ แคน ฆ้อง กลองตี และซอ ลำฟ้อนกันอย่างสนุกสนามแต่งเทียนให้มีความหมาย และลวดลายต่าง ๆ สุดฝีมือให้สวยงามแปลกตา แห่ปราสาทผึ้ง การแห่ปราสาทผึ้ง เป็นประเพณีโบราณของชาวจังหวัดหนองคาย ปฏิบัติกันมาช้านานแล้วมุ่งทำเป็นพุทธบูชาหรือความเชื่อทางศาสนา “ปราสาทผึ้ง” หรือที่ชาวอีสามเรียกว่า “ผาสาทเผิ่ง” โดยทั่วไปชาวบ้านจะนับเอาวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 เป็นวัน “โฮม” หรือวันรวมปราสาทผึ้งจากค้ำต่าง ๆ มาบริเวณวัดปัจจุบันที่จังหวัดหนองคายใช้บริเวณค้ำวัดธาตุเก่า หรือหอพระธาตุจัดซุ้มประดับประดาอย่างสวยงามในอดีตบรรดาหนุ่ม ๆ จะเป่าแคนดีดพิณออกหาเกี้ยวสาว ๆ ที่หมายตา โดยพ่อแม่ของสาวนั้นจะไม่ขัดขวางเหมือนในวันปกติ และในวันรุ่งขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 มีการทำบุญใส่บาตรแล้วแห่แหนปราสาทผึ้ง ถวายแก่ทางวัดตามคุ้มต่าง ๆ ปราสาทผึ้งมีรูปลักษณะต่าง ๆ กันได้แก่ ปราสาทผึ้งทรงจตุรมุข ปราสาทผึ้งทรงบุษบก ปราสาทผึ้งทรงพระธาตุ และปราสาทผึ้งทรงหอผี เป็นต้น ตัวปราสาททำด้วยหยวกกล้วยฉลุ หรือวัสดุธรรมชาติประดับเพิ่มเติมเข้าไปได้แก่ ต้นไม้ ดอกไม้ ผ้า และกระดาษปัจจุบัน อาจใช้โฟมกันบ้างแล้ว ตามแต่ใครจะมีฝีมือมากน้อยต่างกัน และความพร้อมของแต่ละคุ้ม เมื่อก่อน การแห่ปราสาทผึ้งเมืองหนองคายจัดพิธีเอิกเกริกมาก แต่เวลานี้ความสนใจของผู้คนมีน้อย ทำให้ช่างผู้มีฝีมือการจักฉลุปราสาทผึ้งลดน้อยลงไปด้วย บุญแข่งเรือ งานบุญประเพณีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ของจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดแห่งลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่การแข่งขันเรือยาว หรือ ที่เรียกกันว่าบุญประเพณีซ่วงเฮือ แต่เดิมคงจะแข่งกันระหว่างคุ้มบ้านหรืออำเภอต่าง ๆ เพื่อการรื่นเริงหลังการทำนาเก็บเกี่ยวแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำโขงกำลังลดตัวลงในราววันออกพรรษาเดือน 11 ของทุกปี จะก่อนหรือ หลังนั้นเล็กน้อยตามแต่คุ้ม
 

[ หน้าหลัก ] [ ประวัติ จังหวัดต่างๆทั้งหมด ]
 
  Copyright © 2009 varunee-raikhing.com 
  จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์ 1629449 ท่าน.
website tracker